chants:pa-auk:daily_morning_chants

ความแตกต่าง

นี่เป็นการแสดงความแตกต่างระหว่างเพจสองรุ่น

ลิงค์ไปยังการเปรียบเทียบนี้

การแก้ไขก่อนหน้าทั้งสองฝั่ง การแก้ไขก่อนหน้า
การแก้ไขถัดไป
การแก้ไขก่อนหน้า
chants:pa-auk:daily_morning_chants [2026/01/12 05:37] dhammachants:pa-auk:daily_morning_chants [2026/07/20 04:59] (ฉบับปัจจุบัน) dhamma
บรรทัด 6: บรรทัด 6:
 |   | สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา | คหกูฏํ วิสงฺขตํ | |   | สพฺพา เต ผาสุกา ภคฺคา | คหกูฏํ วิสงฺขตํ |
 |   | วิสงฺขารคตํ จิตฺตํ | ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา. | |   | วิสงฺขารคตํ จิตฺตํ | ตณฺหานํ ขยมชฺฌคา. |
-|   [[sutta>เราแสวงหานายช่างผู้ทำเรือน(th.r.397.178.0.3)]]((+ 
 + 
 +[[sutta>เราแสวงหานายช่างผู้ทำเรือน(th.r.397.178.0.3)|จิตของเรา]]((
 เป็นปฐมพุทธพจน์ตาม [[sutta>(th.r.366.91.0.1)]] และเวลาที่พอ.ใหญ่ให้สวด คือ เวลาเดียวกับที่ทรงตรัสคาถานี้ครั้งแรกหลังตรัสรู้ ตาม [[sutta>อเนกชาติสํสารํ(th.r.397.178.0.3)|ขุ.ธ.อ. เรื่องปฐมโพธิกาล.]] และเรื่องที่จะสวดต่อจากนี้ ก็เป็นเรื่องที่ทรงพิจารณาในเช้าที่จะตรัสรู้นั้นด้วย ตาม [[sutta>อเนกชาติสํสารํ(th.r.29.24)|วิ มหาวคฺค.]] เป็นปฐมพุทธพจน์ตาม [[sutta>(th.r.366.91.0.1)]] และเวลาที่พอ.ใหญ่ให้สวด คือ เวลาเดียวกับที่ทรงตรัสคาถานี้ครั้งแรกหลังตรัสรู้ ตาม [[sutta>อเนกชาติสํสารํ(th.r.397.178.0.3)|ขุ.ธ.อ. เรื่องปฐมโพธิกาล.]] และเรื่องที่จะสวดต่อจากนี้ ก็เป็นเรื่องที่ทรงพิจารณาในเช้าที่จะตรัสรู้นั้นด้วย ตาม [[sutta>อเนกชาติสํสารํ(th.r.29.24)|วิ มหาวคฺค.]]
-)) เมื่อไม่ประสบ จึงได้ท่องเที่ยว || +)) ได้แล่นท่องเที่ยวไปในสงสารนับชาติไม่ถ้ว
-|   ไปสู่สงสาร มีชาติเป็นก ควกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์ || + 
-|   | แน่ะนายช่าง้ทำเรือน เราพบท่านแล้ว, ท่จะทำเรือน || +พรราหาไม่พนายชางผู้ปลูกเรืน คือ ตัณหาผู้สร้างภพ, จึงต้องเป็นทุกข์ เพราะเกิดใหม่ตลอดมา, 
-|   | อีกไม่ได้, ซี่โครงทุกซี่ ของท่เราหักเสียแล้ว || + 
-|   ยอดเรือน เราก็ร้อถอนเสียแล้ว, จิตของเราถึงธรรมเครืรื้อถอน || +ดูกร ! นายช่างปลเรือน, จิตของเราหาเจ้าพบเสียแล้ว, เจ้าจะปลูกเรือนไม่ได้กตอไป, 
-|   | (ไม่ทำังขาคืออัตภพใหม่)แล้ว, เพราะเราบรรลุธรรที่สิ้นตัณหาแล้ว||+ 
 +โครงเรือนั้งหมดของเจ้าเราหักเสียแล้วยอดเรือนเราก็ไม่จัดการสร้างต่อแล้ว, 
 + 
 +จิตของเราถึงแล้วซึ่งสภาพที่ไม่สรแล้ว,  เพราะมันได้ถึงแล้วซึงความสิ้นไปแห่งตัณหา คือ พระนิพพาน.
 + 
  
-| ก. อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ | เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี+| ก. อิติ อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ |
  
-| อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น+| อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติเมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น |
  
 ยทิทํ สิ่งนี้คือ ยทิทํ สิ่งนี้คือ
บรรทัด 51: บรรทัด 58:
 ด้วยประการฉะนี้ ด้วยประการฉะนี้
  
-| ข. อิสฺึ อสติ อิํ น โหติ | มื่อสิ่งี้ไมมี สิ่งนี้ก็ไม่มี+(ในปฐยามทรงปลุทาา)
  
-| อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ (ด้วย)+(1) ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา 
 + 
 +อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส 
 + 
 +อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา 
 + 
 +ยโต ปนาชาติ สเหตุธมฺมํ 
 + 
 +(1) เมื่อใดธรรมทั้งหลาย (สิ่ง) ทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้เพียรพินิจอยู่ เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงย่อมหมดไป เพราะรู้ธรรมพร้อมทั้งเหตุ 
 + 
 +| ข. อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ | 
 + 
 +| อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติเมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ |
  
 ยทิทํ สิ่งนี้คือ ยทิทํ สิ่งนี้คือ
บรรทัด 89: บรรทัด 108:
 ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้
  
-| ก. อิมสฺึ สติ อิํ โหติ | มื่อสิ่งี้มี สิงนี้จึงมี+(ในมัชฌิมยามทรงปลุทาา)
  
-| อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อปฺปชติ | เพระสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น+(2) ยทา หเว ปาภวนฺติ ธมฺม
  
-| ข. ิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ | เื่อิ่งนี้ไม่มี ิ่งนี้ก็ไม่มี+าปิโณ ฌายโต พฺรา
  
-| อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ (ด้วย)+อถสฺส กงฺขา วปยนฺติ สพฺพา 
 + 
 +ยโต ขยํ ปจฺจยานํ อเวทิ 
 + 
 +(2) เมื่อใดธรรม (สิ่ง) ทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้เพียรพินิจอยู่ เมื่อนั้นความสงสัยทั้งปวงย่อมหมดไป เพราะรู้ความดับสิ้นแห่งปัจจัยทั้งหลาย 
 + 
 +| ก. อิมสฺมึ สติ อิทํ โหติ | 
 + 
 +| อิมสฺสุปฺปาทา อิทํ อุปฺปชฺชติ | 
 + 
 +| ข. อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ | 
 + 
 +| อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติเมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้ก็ดับ |
  
 ยทิทํ สิ่งนี้คือ ยทิทํ สิ่งนี้คือ
บรรทัด 160: บรรทัด 191:
  
 ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้
 +
 +(3) ยทา หเว ปาตุภวนฺติ ธมฺมา
 +
 +อาตาปิโน ฌายโต พฺราหฺมณสฺส
 +
 +วิธูปยํ ติฏฺฐติ มารเสนํ
 +
 +สูริโยว โอภาสยมนฺตลิกฺขํ
 +
 +(3) เมื่อใดธรรมทั้งหลาย (สิ่ง) ทั้งหลายปรากฏแก่พราหมณ์ผู้เพียรพินิจอยู่ เมื่อนั้นเขาย่อมขจัดมารและเสนามารดำรงอยู่ ดุจพระอาทิตย์อุทัยขจัดความมืด ยังท้องฟ้าให้สว่างไสวฉะนั้น   - เหตุปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นเหตุ
 +# อารมฺมณปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นอารมณ์
 +# อธิปติปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นอธิบดี
 +# อนนฺตรปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความติดต่อกันไม่มีระหว่างคั่น
 +# สมนนฺตรปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความติดต่อกันไม่มีระหว่างคั่นด้วยดี
 +# สหชาตปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเกิดพร้อมกัน
 +# อญฺญมญฺญปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นปัจจัยแก่กันและกัน
 +# นิสฺสยปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นที่อาศัย
 +# อุปนิสฺสยปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นที่อาศัยที่มีกำลัง
 +# ปุเรชาตปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเกิดก่อน
 +# ปจฺฉาชาตปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเกิดทีหลัง
 +# อาเสวนปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเสพบ่อยๆ
 +# กมฺมปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นกรรม
 +# วิปากปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นวิบาก
 +# อาหารปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นอาหาร
 +# อินฺทฺริยปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นอินทรีย์
 +# ฌานปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นฌาน
 +# มคฺคปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นมรรค
 +# สมฺปยุตฺตปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นการประกอบ
 +# วิปฺปยุตฺตปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นการไม่ประกอบ
 +# อตฺถิปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นภาวะที่ยังมีอยู่
 +# นตฺถิปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความเป็นภาวะที่ไม่มีอยู่
 +# วิคตปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความปราศจากไป
 +# อวิคตปจฺจโย สภาวธรรมที่ช่วยอุปการะโดยความไม่ปราศจากไป
 +
 +ชยนฺโต   โพธิยา   มูเล
 +
 +สกฺยานํ   นนฺทิวฑฺฒโน
 +
 +เอวํ   ตฺวํ   วิชโย   โหหิ
 +
 +ชยสฺสุ   ชยมงฺคเล
 +
 +อปราชิตปลฺลงฺเก
 +
 +สีเส   ปฐวิโปกฺขเร
 +
 +อภิเสเก   สพฺพพุทฺธานํ
 +
 +อคฺคปฺปตฺโต   ปโมทติ.
 +
 +ขอท่านจงมีชัยชนะ   ในมงคลพิธี   เหมือนพระจอมมุนีทรงชนะมารที่โคนโพธิพฤกษ์   ถึงความเป็นผู้เลิศในสรรพพุทธาภิเษก   ทรงปราโมทย์อยู่บนอปราชิตบัลลังก์อันสูง   เป็นจอมมหาปฐพี   ทรงเพิ่มพูนความยินดี   แก่เหล่าประยูรญาติศากยวงศ์ฉะนั้น   เทอญ.
 +
 +สุนกฺขตฺตํ   สุมงฺคลํ
 +
 +เวลาที่สัตว์ประพฤติชอบ   ชื่อว่าฤกษ์ดี   มงคลดี
 +
 +สุปภาตํ   สุหุฏฺฐิตํ
 +
 +สว่างดี   รุ่งดี
 +
 +สุขโณ   สุมุหุตฺโต   จ
 +
 +และขณะดี   ครู่ดี
 +
 +สุยิฏฺฐํ   พฺรหฺมจาริสุ
 +
 +บูชาดีแล้ว   ในพรหมจารีบุคคลทั้งหลาย
 +
 +ปทกฺขิณํ   กายกมฺมํ
 +
 +กายกรรม   เป็นประทักษิณ   ส่วนเบื้องขวา
 +
 +วาจากมฺมํ   ปทกฺขิณํ
 +
 +วจีกรรม   เป็นประทักษิณ   ส่วนเบื้องขวา
 +
 +ปทกฺขิณํ   มโนกมฺมํ
 +
 +มโนกรรม   เป็นประทักษิณ   ส่วนเบื้องขวา
 +
 +ปณิธี   เต   ปทกฺขิณา
 +
 +ความปรารถนาของท่าน   เป็นประทักษิณ   ส่วนเบื้องขวา
 +
 +ปทกฺขิณานิ   กตฺวาน
 +
 +สัตว์ทั้งหลาย   ทำกรรมอันเป็นประทักษิณ   ส่วนเบื้องขวาแล้ว
 +
 +ลภนฺตตฺเถ   ปทกฺขิเณ.
 +
 +ย่อมได้ประโยชน์ทั้งหลาย   อันเป็นประทักษิณ   ส่วนเบื้องขวา.
 +
 +เต   อตฺถลทฺธา   สุขิตา
 +
 +ท่านทั้งหลายนั้น  (ทั้งชายทั้งหญิง)  จงเป็นผู้มีประโยชน์อันได้แล้ว   ถึงแล้วซึ่งความสุข
 +
 +วิรุฬฺหา   พุทฺธสาสเน
 +
 +เจริญในพระพุทธศาสนา
 +
 +อโรคา   สุขิตา   โหถ
 +
 +ไม่มีโรค   ถึงแล้วซึ่งความสุข
 +
 +สห   สพฺเพหิ   ญาติภิ.
 +
 +กับด้วยญาติทั้งหลายทั้งหมด.
 +
 +ภวตุ สพฺพมงฺคลํ
 +
 +ขอมงคลทั้งปวงจงมีแก่ท่านเถิด
 +
 +รกฺขนฺตุ สพฺพเทวตา
 +
 +ขอเทพเจ้าทั้งปวงจงรักษาท่านเถิด
 +
 +สพฺพพุทฺธานุภาเวน
 +
 +ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง
 +
 +สทา สุขี ภวนฺตุ เต
 +
 +ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านเถิด
 +
 +ภวตุ สพฺพมงฺคลํ
 +
 +ขอมงคลทั้งปวงจงมีแก่ท่านเถิด
 +
 +รกฺขนฺตุ สพฺพเทวตา
 +
 +ขอบรรดาเทพเจ้าทั้งปวงจงรักษาท่านเถิด
 +
 +สพฺพธมฺมานุภาเวน
 +
 +ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง
 +
 +สทา สุขี ภวนฺตุ เต
 +
 +ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านเถิด
 +
 +ภวตุ สพฺพมงฺคลํ  
 +
 +ขอมงคลทั้งปวงจงมีแก่ท่านเถิด
 +
 +รกฺขนฺตุ สพฺพเทวตา
 +
 +ขอเทพเจ้าทั้งปวงจงพิทักษ์รักษาท่านเถิด
 +
 +สพฺพสงฺฆานุภาเวน
 +
 +ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง
 +
 +สทา สุขี ภวนฺตุ เต
 +
 +ขอความสวัสดีทั้งหลายจงมีแก่ท่านทั้งหลายด้วยประการดังนี้
 +
 +สาธุ สาธุ สาธุ
 +