มหาสติปัฏฐานสูตร_ฉบับปรับสำนวน

ความแตกต่าง

นี่เป็นการแสดงความแตกต่างระหว่างเพจสองรุ่น

ลิงค์ไปยังการเปรียบเทียบนี้

การแก้ไขก่อนหน้าทั้งสองฝั่ง การแก้ไขก่อนหน้า
มหาสติปัฏฐานสูตร_ฉบับปรับสำนวน [2026/06/07 05:32] – [มัคคสัจนิทเทส] dhammaมหาสติปัฏฐานสูตร_ฉบับปรับสำนวน [2026/06/07 05:32] (ฉบับปัจจุบัน) – [สนธิของมหาสติปัฏฐานสูตร] dhamma
บรรทัด 374: บรรทัด 374:
 เมื่อชำนาญในการเห็นความเกิดดับของเวทนาแล้ว ก็เห็นว่า ความรู้สึกไม้ใช่ผู้รู้ เมื่อเห็นผู้รู้(จิต) ก็แยกความสืบต่อของผู้รู้ว่า ขณะผู้รู้มีราคะไม่ใช่ขณะที่ไม่มีราคะ ขณะนี้โทสะไม่ใช่ขณะที่ไม่มีโทสะ เป็นต้น จนชำนาญในการเห็นความเกิดดับของจิต(จิตตานุปัสสนา),  เมื่อชำนาญในการเห็นความเกิดดับของเวทนาแล้ว ก็เห็นว่า ความรู้สึกไม้ใช่ผู้รู้ เมื่อเห็นผู้รู้(จิต) ก็แยกความสืบต่อของผู้รู้ว่า ขณะผู้รู้มีราคะไม่ใช่ขณะที่ไม่มีราคะ ขณะนี้โทสะไม่ใช่ขณะที่ไม่มีโทสะ เป็นต้น จนชำนาญในการเห็นความเกิดดับของจิต(จิตตานุปัสสนา), 
  
-เมื่อเห็นจิตว่ามีผัสสะ(ธรรม)ปรุงแต่ง มีรูปเป็นอารมณ์ มีเวทนารู้สึก ก็รู้ว่า ธรรมไม่ได้มีแค่ผัสสะ ยังมีราคะที่จิตมี(สราคัง)ก็เป็นธรรมที่ควรละ โทสะก็เป็นธรรมที่ควรละ (นีวรณบรรพะ) ก็จะเห็นขันธ์ทั้ง 4 (ขันธบรรพะ). เมื่อชำนาญในการเห็นการเกิดดับของขันธ์ทั้ง 4 ก็จะเห็นว่า ทั้งขันธ์ 4 เกิดดับที่อายตนะ 12 โดยมีเจตนาคอยจัดแจง มีสัญญา(ขันธ์)คอยจดจำ มีวิตกวิจารคอยซ่องเสพ ก็เป็นอันเห็นขันธ์ครบ 5 เกิดดับ (ทุกขอริสัจบรรพะ) และจิตยึดมั่นขันธ์ 5 นี้ เป็นสังโยชน์ 10 ในอายตนะ 12 (อายตนบรรพะ), เมื่อนั้น ย้อนมาเห็นภาวนาจิตที่ยิ่งกว่า เป็นมหากุศลบ้าง มหัคคตบ้าง ไม่ฟุ้งซ่าน ก็รู้ว่าภาวนาจิตนี้มีองค์ 7 คือ ธรรมะที่ควรเจริญ 7 อย่าง (โพชฌงค์ 7) เกิดดับอย่างรวดเร็ว. เมื่อเห็นสติปัฏฐาน 4 เกิดกับอยู่อย่างนี้อย่างชำนาญเป็นวสีทั้งของตนและของคนอื่น ย้อนระลึกชาติไปในอดีตอนาคต(ปุพเพนิวาสานุสสติญาณวิชชา)ก็เห็นแค่สติปัฏฐาน 4 เกิดดับ เมื่อนั้น จะแยกแยะนามรูปขณะปฏิสนธิของแต่ละชาติ และแยกนามรูปของกรรมที่ปรากฎก่อนตายของชาติติดกันได้ (จุตูปปาตญาณวิชชา) เมื่อนั้นจึงเห็นทุกขสมุทัยอริยสัจบรรพะ(ตัณหา 3)ว่า ขันธ์ที่ปฏิสนธิได้ก็เพราะขณะทำกรรมชอบใจยึดมั่นอยากมีอยากเป็นในขันธ์ 5 ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นทุกอริยสัจ กรรมนั้นๆเลยมาปรากฏก่อนตายของแต่ละชาติที่ระลึกย้อนไปเห็น, เมื่อเห็นทุกขสมุทัยอริยสัจ จึงมั่นใจว่า ถ้าให้สมุทัยดับเสีย(ทุกขนิโรธอริยสัจบรรพะ)ในอายตนะ 12 วิญญาณ 6 ผัสสะ 6 เวทนา 6 สัญญา 6 เจตนา 6 ตัณหา 6 วิตก 6 วิจาร 6 โดยการเจริญทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจบรรพะ.  เมื่อทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาเกิดดับชำนาญจนเป็นทุกขนิโรเธ ญาณํแทนแล้ว ทุกขอริยสัจ และสมุทยอริยสัจ ก็จะไม่เกิดดับอีกต่อไป. นี้เป็นสนธิทั้งหมดของมหาสติปัฏฐานสูตร (อย่าลืมรวบรวมกับ สามัญญผลสูตร กายคตาสติสูตร อานาปานสสติสูตร มหานิทานสูตร ปฏิสัมภิทามรรค เนตตอปกรณ์ จึงจะเข้าใจครบถ้วน).+เมื่อเห็นจิตว่ามีผัสสะ(ธรรม)ปรุงแต่ง มีรูปเป็นอารมณ์ มีเวทนารู้สึก ก็รู้ว่า ธรรมไม่ได้มีแค่ผัสสะ ยังมีราคะที่จิตมี(สราคัง)ก็เป็นธรรมที่ควรละ โทสะก็เป็นธรรมที่ควรละ (นีวรณบรรพะ) ก็จะเห็นขันธ์ทั้ง 4 (ขันธบรรพะ). เมื่อชำนาญในการเห็นการเกิดดับของขันธ์ทั้ง 4 ก็จะเห็นว่า ทั้งขันธ์ 4 เกิดดับที่อายตนะ 12 โดยมีเจตนาคอยจัดแจง มีสัญญา(ขันธ์)คอยจดจำ มีวิตกวิจารคอยซ่องเสพ ก็เป็นอันเห็นขันธ์ครบ 5 เกิดดับ (ทุกขอริสัจบรรพะ) และจิตยึดมั่นขันธ์ 5 นี้ เป็นสังโยชน์ 10 ในอายตนะ 12 (อายตนบรรพะ), เมื่อนั้น ย้อนมาเห็นภาวนาจิตที่ยิ่งกว่า เป็นมหากุศลบ้าง มหัคคตบ้าง ไม่ฟุ้งซ่าน ก็รู้ว่าภาวนาจิตนี้มีองค์ 7 คือ ธรรมะที่ควรเจริญ 7 อย่าง (โพชฌงค์ 7) เกิดดับอย่างรวดเร็ว. เมื่อเห็นสติปัฏฐาน 4 เกิดกับอยู่อย่างนี้อย่างชำนาญเป็นวสีทั้งของตนและของคนอื่น ย้อนระลึกชาติไปในอดีตอนาคต(ปุพเพนิวาสานุสสติญาณวิชชา)ก็เห็นแค่สติปัฏฐาน 4 เกิดดับ เมื่อนั้น จะแยกแยะนามรูปขณะปฏิสนธิของแต่ละชาติ และแยกนามรูปของกรรมที่ปรากฎก่อนตายของชาติติดกันได้ (จุตูปปาตญาณวิชชา) เมื่อนั้นจึงเห็นทุกขสมุทัยอริยสัจบรรพะ(ตัณหา 3)ว่า ขันธ์ที่ปฏิสนธิได้ก็เพราะขณะทำกรรมชอบใจยึดมั่นอยากมีอยากเป็นในขันธ์ 5 ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นทุกอริยสัจ กรรมนั้นๆเลยมาปรากฏก่อนตายของแต่ละชาติที่ระลึกย้อนไปเห็น, เมื่อเห็นทุกขสมุทัยอริยสัจ จึงมั่นใจว่า ถ้าให้สมุทัยดับเสีย(ทุกขนิโรธอริยสัจบรรพะ)ในอายตนะ 12 วิญญาณ 6 ผัสสะ 6 เวทนา 6 สัญญา 6 เจตนา 6 ตัณหา 6 วิตก 6 วิจาร 6 โดยการเจริญทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจบรรพะ.  เมื่อทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาเกิดดับชำนาญจนเป็นทุกขนิโรเธ ญาณํแทนแล้ว ทุกขอริยสัจ และสมุทยอริยสัจ ก็จะไม่เกิดดับอีกต่อไป. นี้เป็นสนธิทั้งหมดของมหาสติปัฏฐานสูตร (อย่าลืมรวบรวมกับ สามัญญผลสูตร กายคตาสติสูตร อานาปานสสติสูตร มหานิทานสูตร ปฏิสัมภิทามรรค เนตตอปกรณ์ จึงจะเข้าใจครบถ้วน).
  
 =อานิสงส์= =อานิสงส์=